Pepperstone ดีไหม? รีวิว 2026 — โบรกเกอร์ TradingView อันดับ 1 จริงไหม

อัปเดตล่าสุด: 4 กันยายน 2026 · เขียนโดยทีมงาน Tradingthaiview

ถ้าคุณค้นหาคำว่า "โบรกเกอร์ที่ใช้กับ TradingView ได้ดีที่สุด" ชื่อ Pepperstone มักจะโผล่ขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ เสมอ คำถามคือมันดีจริงตามที่เขาว่ากันไหม และสำหรับนักเทรดไทยโดยเฉพาะ มันคุ้มหรือเปล่า

บทความนี้เราจะไม่พูดรวม ๆ ว่า "ดี" หรือ "ไม่ดี" แต่จะเจาะไปที่สิ่งที่เว็บรีวิวส่วนใหญ่ข้ามไป นั่นคือ Pepperstone เชื่อมกับ TradingView ได้จริงในระดับไหน บัญชีแบบไหนถึงใช้ได้ และคุณยังต้องจ่ายค่า TradingView เองอยู่หรือเปล่า — เพราะนั่นคือจุดที่ทำให้โบรกเกอร์แต่ละเจ้าต่างกันจริง ๆ สำหรับคนที่ใช้ TradingView เป็นเครื่องมือหลัก

สารบัญ

  1. Pepperstone คืออะไร
  2. ปลอดภัยไหม — ใบอนุญาตและการกำกับดูแล
  3. ประเภทบัญชี Standard vs Razor
  4. Pepperstone ใช้กับ TradingView ได้ไหม
  5. ค่าธรรมเนียมจริง คิดยังไง
  6. ฝาก–ถอนสำหรับคนไทย
  7. ข้อดี — ข้อเสีย
  8. ต้นทุนรวมต่อปีเมื่อใช้คู่กับ TradingView
  9. แพลตฟอร์มอื่นที่รองรับ
  10. เช็กลิสต์ 6 ข้อก่อนเปิดบัญชี
  11. เทียบกับ TradeQuo, Exness และ XM
  12. เหมาะกับใคร
  13. คำถามที่พบบ่อย

Pepperstone คืออะไร

Pepperstone เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยกลุ่มเทรดเดอร์ที่ต้องการแก้ปัญหาเรื่องความเร็วในการส่งคำสั่งและค่าธรรมเนียมที่สูงเกินจริงของโบรกเกอร์ในยุคนั้น

ปัจจุบันบริษัทระบุบนเว็บไซต์ทางการว่ามีผู้เปิดบัญชีแล้วมากกว่า 400,000 ราย ทั่วโลก และมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยราว 9.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (ตัวเลขปริมาณการซื้อขายนี้บริษัทอ้างอิงจากช่วงเดือนมีนาคม 2018 ถึงมีนาคม 2020 ซึ่งเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างเก่าแล้ว จึงควรมองเป็นภาพคร่าว ๆ ของขนาดบริษัทมากกว่าตัวเลขปัจจุบัน)

จุดที่ทำให้ Pepperstone เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนที่ใช้ TradingView คือการที่บริษัทเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์กลุ่มแรก ๆ ที่เชื่อมระบบเข้ากับ TradingView โดยตรง ทำให้ส่งคำสั่งซื้อขายจากหน้าจอกราฟได้เลยโดยไม่ต้องสลับไปโปรแกรมอื่น

Pepperstone ปลอดภัยไหม — ใบอนุญาตและการกำกับดูแล

เรื่องความปลอดภัย Pepperstone อยู่ในกลุ่มที่แข็งแรงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมพอสมควร เพราะบริษัทดำเนินงานผ่านหลายนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่ง ตามที่ระบุไว้บนเว็บไซต์ทางการ ได้แก่

สิ่งที่นักเทรดไทยต้องเข้าใจให้ชัด: การที่โบรกเกอร์มีใบอนุญาตจาก ASIC หรือ FCA ไม่ได้แปลว่าบัญชีของคุณจะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของหน่วยงานเหล่านั้นโดยอัตโนมัติ ลูกค้าที่อยู่นอกเขตอำนาจของหน่วยงานนั้น ๆ มักจะถูกจัดให้อยู่ภายใต้นิติบุคคลต่างประเทศ ซึ่งในกรณีของ Pepperstone คือหน่วยงานที่บาฮามาส (SCB) ที่มีระดับการคุ้มครองผู้ลงทุนรายย่อยต่างจากฝั่งออสเตรเลียหรืออังกฤษ ต้องยืนยันว่านักเทรดไทยถูกจัดอยู่ภายใต้นิติบุคคลใด ก่อนเปิดบัญชีจริง แนะนำให้ถามฝ่ายสนับสนุนโดยตรงและอ่านเอกสารสัญญาลูกค้าให้ครบ

อีกประเด็นที่ควรทราบคือ ไม่มีโบรกเกอร์ Forex ต่างประเทศรายใดได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ Forex จากหน่วยงานกำกับดูแลของไทยโดยตรง ดังนั้นการเทรดกับโบรกเกอร์ต่างประเทศทุกเจ้ารวมถึง Pepperstone จึงเป็นการเทรดนอกร่มการคุ้มครองของกฎหมายไทย ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องยอมรับก่อนเริ่ม

ประเภทบัญชี — Standard vs Razor

Pepperstone มีบัญชีหลักสองแบบ และความต่างระหว่างสองบัญชีนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ตั้งใจใช้ TradingView เพราะ มีเพียงบัญชีเดียวเท่านั้นที่เชื่อมกับ TradingView ได้

รายการบัญชี Standardบัญชี Razor
สเปรดเริ่มต้นจาก 0.1 pipsจาก 0.0 pips
ค่าคอมมิชชั่นไม่มี (ยกเว้นหุ้น CFD เริ่มที่ 0.2% ต่อข้าง)$3.50 ต่อ lot ต่อข้าง สำหรับ FX และทองคำ
เงินฝากขั้นต่ำ$0$0
แพลตฟอร์มเว็บ, แอป, MT4, MT5, cTraderเว็บ, แอป, MT4, MT5, cTrader, TradingView
ใช้กับ TradingView✕ ไม่ได้✓ ได้

Pepperstone ระบุบนหน้าเว็บทางการอย่างชัดเจนว่า "TradingView is not available on our Standard CFD account" แปลว่าถ้าคุณเปิดบัญชี Standard มาแล้วหวังจะเชื่อมกับ TradingView คุณจะทำไม่ได้ ต้องเป็นบัญชี Razor เท่านั้น

เรื่องเงินฝากขั้นต่ำ บริษัทระบุว่า $0 สำหรับทั้งสองบัญชี ซึ่งฟังดูดีในทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติคุณต้องมีเงินมากพอที่จะวางมาร์จิ้นสำหรับขนาดสัญญาที่จะเทรดจริง ตัวเลข $0 จึงหมายถึง "ไม่มีข้อกำหนดขั้นต่ำ" ไม่ได้แปลว่าเทรดได้ด้วยเงินศูนย์บาท

Pepperstone ใช้กับ TradingView ได้ไหม — และได้แค่ไหน

คำตอบสั้น ๆ คือ ได้ ถ้าคุณใช้บัญชี Razor และการเชื่อมต่อนี้เป็นการเชื่อมระดับโบรกเกอร์จริง ไม่ใช่แค่ดูกราฟเฉย ๆ คุณจะสามารถ

นี่คือเหตุผลที่หลายเว็บจัดอันดับให้ Pepperstone เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนใช้ TradingView และในแง่คุณภาพการเชื่อมต่อ เราคิดว่าเป็นการจัดอันดับที่สมเหตุสมผล

แต่มีจุดที่ต้องเข้าใจให้ตรงกัน: การที่โบรกเกอร์ "เชื่อมกับ TradingView ได้" กับการที่โบรกเกอร์ "ให้ TradingView Premium ฟรี" เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

Pepperstone ให้คุณ เชื่อมบัญชี เข้ากับ TradingView ได้ แต่ตัวแพ็กเกจ TradingView ที่คุณใช้ยังคงเป็นแพ็กเกจของคุณเอง ถ้าคุณอยู่บนแพ็กฟรี (Basic) คุณก็จะยังเจอข้อจำกัดเดิมทุกอย่าง เช่น ใส่ indicator ได้จำกัด ตั้ง alert ได้น้อย และดูได้ทีละกราฟ ถ้าอยากได้ฟีเจอร์เต็ม คุณต้องจ่ายค่าสมาชิก TradingView เองตามปกติ

เราตรวจสอบหน้าเว็บทางการของ Pepperstone ที่เกี่ยวกับ TradingView แล้ว ไม่พบการระบุว่าบริษัทมอบแพ็กเกจ TradingView Pro หรือ Premium ให้ลูกค้าฟรี

ประเด็นนี้สำคัญกับต้นทุนจริงของคุณมากกว่าที่คิด เพราะ TradingView Premium มีค่าใช้จ่ายราว $59.95 ต่อเดือน เมื่อเลือกชำระแบบรายปี คิดเป็นเงินไทยประมาณ 24,000 บาทต่อปี (ถ้าเลือกชำระแบบรายเดือนจะแพงกว่านี้ เพราะ TradingView ระบุว่าการชำระรายปีประหยัดกว่าได้ถึงราว 17%) ซึ่งเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงทุกปีไม่ว่าคุณจะเทรดได้กำไรหรือไม่ก็ตาม อ่านรายละเอียดการเปรียบเทียบแพ็กเกจได้ที่บทความ แผนราคา TradingView

ค่าธรรมเนียมจริง คิดยังไง

ถ้าคุณใช้บัญชี Razor เพื่อเชื่อม TradingView โครงสร้างค่าธรรมเนียมของคุณจะเป็นแบบ "สเปรดต่ำ + คอมมิชชั่น" ซึ่งคิดง่าย ๆ ดังนี้

Pepperstone คิดคอมมิชชั่น $3.50 ต่อ 1 lot ต่อข้าง สำหรับคู่เงิน Forex และทองคำ คำว่า "ต่อข้าง" หมายถึงคิดทั้งตอนเปิดและตอนปิด ดังนั้นการเทรด 1 lot ครบรอบ (เปิดแล้วปิด) จะมีค่าคอมมิชชั่นรวม $7.00 บวกกับสเปรดที่เริ่มจาก 0.0 pips

ลองเทียบให้เห็นภาพ ถ้าคุณเทรด EUR/USD 1 lot ครบรอบ

โครงสร้างแบบนี้มักจะคุ้มกว่าบัญชีสเปรดรวมสำหรับคนที่เทรดถี่และเทรดขนาดใหญ่ แต่สำหรับคนที่เทรดนาน ๆ ครั้งด้วยขนาดเล็ก ความต่างอาจไม่มากพอให้รู้สึก

ตัวเลขสเปรด "จาก 0.0 pips" เป็นค่าเริ่มต้นในสภาวะตลาดที่ดีที่สุด ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยที่คุณจะเจอตลอดเวลา โบรกเกอร์ทุกเจ้าโฆษณาด้วยตัวเลขต่ำสุดเสมอ ควรทดสอบด้วยบัญชีทดลองในช่วงเวลาที่คุณเทรดจริงก่อนตัดสินใจ

ฝาก–ถอนสำหรับคนไทย

นี่คือหัวข้อที่รีวิวภาษาไทยส่วนใหญ่พูดถึงแบบผ่าน ๆ แต่เป็นเรื่องที่กระทบชีวิตประจำวันของนักเทรดไทยมากที่สุด

ตามที่ระบุในหน้าสนับสนุนทางการของ Pepperstone ช่องทางการฝากเงินที่รองรับได้แก่ บัตรเครดิตหรือเดบิต (Mastercard และ Visa), POLI, BPAY, PayPal, Skrill, Neteller และการโอนผ่านธนาคาร นอกจากนี้บริษัทยังมีหน้าคู่มือการชำระเงินด้วย USDT ด้วย

ข้อสังเกตสำคัญ: ในเอกสารสนับสนุนทางการที่เราตรวจสอบ ไม่พบการระบุถึงการฝากเงินด้วยสกุลเงินบาท (THB) หรือการโอนผ่านธนาคารไทยในประเทศ ซึ่งต่างจากโบรกเกอร์อย่าง Exness, XM หรือ TradeQuo ที่มักรองรับการโอนผ่านธนาคารไทยโดยตรง

ในทางปฏิบัติ ความต่างนี้หมายถึงคุณอาจต้องแลกเงินเป็นดอลลาร์ ซึ่งมีต้นทุนค่าแปลงสกุลเงินและอาจใช้เวลานานกว่า ต้องยืนยันช่องทางฝาก-ถอนสำหรับลูกค้าไทยกับฝ่ายสนับสนุนโดยตรง เพราะช่องทางที่ให้บริการอาจต่างกันตามประเทศและนิติบุคคลที่คุณสังกัด

ถ้าคุณเป็นคนที่ฝาก–ถอนบ่อย หรือเทรดด้วยทุนไม่มากจนค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินกินสัดส่วนใหญ่ ประเด็นนี้ควรอยู่ในการตัดสินใจของคุณด้วย ไม่ใช่แค่ดูสเปรดอย่างเดียว

ข้อดี — ข้อเสีย

ข้อดี

ข้อเสีย

ต้นทุนรวมต่อปี ถ้าใช้ Pepperstone คู่กับ TradingView

นี่คือการคำนวณที่เว็บรีวิวเกือบทั้งหมดไม่ทำให้ดู แต่เป็นตัวเลขที่กระทบกระเป๋าคุณจริง เพราะถ้าคุณเลือกโบรกเกอร์เพราะอยากใช้ TradingView ต้นทุนของคุณไม่ได้มีแค่ค่าสเปรดกับคอมมิชชั่น แต่มีค่าสมาชิก TradingView รวมอยู่ด้วย

สมมติว่าคุณเป็นนักเทรดที่เทรด 20 lots ต่อเดือน และต้องการใช้ฟีเจอร์ระดับ Premium ของ TradingView ตัวเลขคร่าว ๆ จะออกมาประมาณนี้

รายการต้นทุนPepperstone (Razor)โบรกเกอร์ที่ให้ Premium ฟรี
คอมมิชชั่น 20 lots/เดือน (ครบรอบ) $140/เดือน ขึ้นกับโครงสร้างของแต่ละเจ้า
ค่าสมาชิก TradingView Premium ประมาณ $59.95/เดือน (ชำระรายปี) ฿0 (รวมในสิทธิ์)
ส่วนต่างเฉพาะค่า TradingView ต่อปี ประมาณ 24,000 บาท 0 บาท

ตัวเลขคอมมิชชั่นข้างบนเป็นเพียงตัวอย่างสำหรับให้เห็นภาพ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของนักเทรดทุกคน และไม่ได้รวมสเปรดซึ่งขยับตามสภาพตลาด ประเด็นที่เราอยากให้เห็นคือ ค่าสมาชิก TradingView เป็นต้นทุนคงที่ที่เกิดขึ้นทุกเดือนไม่ว่าคุณจะเทรดมากหรือน้อย ต่างจากคอมมิชชั่นที่แปรผันตามปริมาณการเทรด

สำหรับคนที่เทรดปริมาณมาก ส่วนต่าง 24,000 บาทต่อปีอาจดูไม่เยอะเมื่อเทียบกับค่าคอมมิชชั่นทั้งหมด แต่สำหรับคนที่เทรดไม่ถี่ ค่าสมาชิก TradingView อาจกลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดของคุณเลยก็ได้ ซึ่งเป็นจุดที่ควรคิดให้ดีก่อนเลือกโบรกเกอร์

แพลตฟอร์มอื่นที่ Pepperstone รองรับ

ถึงบทความนี้จะโฟกัสที่ TradingView แต่ Pepperstone รองรับแพลตฟอร์มอื่นด้วย ซึ่งมีผลกับการตัดสินใจถ้าคุณใช้เครื่องมือหลายตัวควบคู่กัน

ถ้าคุณยังลังเลระหว่าง TradingView กับ MetaTrader ลองอ่านบทความ TradingView vs MetaTrader ที่เราเปรียบเทียบไว้แบบละเอียด

เช็กลิสต์ 6 ข้อ ก่อนเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต่างประเทศ

ไม่ว่าคุณจะเลือก Pepperstone หรือเจ้าไหนก็ตาม เราแนะนำให้ตรวจสอบหกข้อนี้ก่อนโอนเงินก้อนแรกเข้าไป

  1. ถามให้ชัดว่าคุณอยู่ภายใต้นิติบุคคลใด — ใบอนุญาต ASIC หรือ FCA ที่โฆษณาไว้อาจไม่ครอบคลุมบัญชีของคุณ ให้ขอชื่อนิติบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษร
  2. ทดสอบการถอนเงินด้วยจำนวนน้อยก่อน — ฝากเงินจำนวนไม่มาก แล้วลองถอนออกดูว่าใช้เวลากี่วันและมีค่าธรรมเนียมเท่าไหร่จริง ก่อนจะฝากเงินก้อนใหญ่
  3. เปิดบัญชีทดลองแล้ววัดสเปรดในช่วงเวลาที่คุณเทรดจริง — ตัวเลข "จาก 0.0 pips" เป็นค่าที่ดีที่สุด ไม่ใช่ค่าที่คุณจะเจอตอนตีสองหรือช่วงข่าว
  4. เช็กว่าบัญชีที่เปิดรองรับแพลตฟอร์มที่คุณจะใช้จริง — กรณี Pepperstone ถ้าคุณจะใช้ TradingView ต้องเลือก Razor ตั้งแต่ตอนสมัคร
  5. อ่านเงื่อนไขของโปรโมชั่นให้ครบ — ทุกสิทธิพิเศษมีเงื่อนไข เช่น ปริมาณการเทรดขั้นต่ำหรือระยะเวลาที่ต้องรักษาบัญชี
  6. ประเมินค่าใช้จ่ายรวมทั้งปี ไม่ใช่แค่สเปรด — รวมคอมมิชชั่น ค่าแปลงสกุลเงิน ค่า swap ข้ามคืน และค่าสมาชิกเครื่องมือที่คุณต้องจ่ายเอง

Pepperstone เทียบกับ TradeQuo, Exness และ XM

เพื่อให้เห็นภาพว่า Pepperstone ยืนอยู่ตรงไหนในตลาด เราเทียบกับโบรกเกอร์อีกสามเจ้าที่เราเคยรีวิวไว้ โดยเน้นมิติที่คนใช้ TradingView สนใจจริง ๆ

รายการPepperstoneTradeQuoExnessXM
เชื่อมกับ TradingView ✓ (Razor)
TradingView Premium ฟรี ✕ ไม่มี ✓ มี ✕ ไม่มี ✕ ไม่มี
เงินฝากขั้นต่ำ$0ดูรายละเอียดในรีวิวแต่ละเจ้า
รีวิวฉบับเต็ม หน้านี้ อ่านรีวิว → อ่านรีวิว → อ่านรีวิว →

สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ คือ โบรกเกอร์ทั้งสี่เจ้านี้เชื่อมกับ TradingView ได้หมด ความต่างที่แท้จริงอยู่ที่ ใครออกค่าแพ็กเกจ TradingView ให้คุณ

กับ Pepperstone, Exness และ XM คุณเชื่อมบัญชีได้ แต่ค่าสมาชิก TradingView เป็นภาระของคุณเอง ส่วน TradeQuo เป็นเจ้าเดียวในกลุ่มนี้ที่มอบสิทธิ์ TradingView Premium ให้ลูกค้าที่เปิดบัญชีและทำตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งเท่ากับประหยัดค่าใช้จ่ายราว 24,000 บาทต่อปี รายละเอียดวิธีรับสิทธิ์อ่านได้ที่ วิธีรับ TradingView Premium ฟรี

ถ้าคุณกำลังเลือกโบรกเกอร์อยู่ แนะนำให้อ่าน หน้าเปรียบเทียบโบรกเกอร์ TradingView ที่ดีที่สุด ที่เรารวบรวมไว้ครบทุกเจ้า

Pepperstone เหมาะกับใคร

เหมาะ ถ้าคุณ

อาจไม่เหมาะ ถ้าคุณ

คำถามที่พบบ่อย

Pepperstone ปลอดภัยไหม

Pepperstone ดำเนินงานภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่ง รวมถึง ASIC, FCA, CySEC, BaFin, DFSA, CMA และ SCB บาฮามาส ซึ่งถือว่าอยู่ในกลุ่มที่มีการกำกับดูแลแข็งแรง อย่างไรก็ตามลูกค้าจากประเทศไทยมักจะถูกจัดให้อยู่ภายใต้นิติบุคคลต่างประเทศ ซึ่งมีระดับการคุ้มครองต่างจากนิติบุคคลในออสเตรเลียหรืออังกฤษ ควรตรวจสอบกับฝ่ายสนับสนุนก่อนเปิดบัญชี

Pepperstone ใช้กับ TradingView ได้ไหม

ได้ แต่เฉพาะบัญชี Razor เท่านั้น บริษัทระบุชัดเจนว่าบัญชี Standard ไม่รองรับการเชื่อมต่อกับ TradingView เมื่อเชื่อมแล้วคุณจะส่งคำสั่งซื้อขายจากหน้าจอกราฟได้โดยตรง

Pepperstone ให้ TradingView Premium ฟรีไหม

จากการตรวจสอบหน้าเว็บทางการของ Pepperstone ที่เกี่ยวข้องกับ TradingView เราไม่พบการระบุว่าบริษัทมอบแพ็กเกจ TradingView Pro หรือ Premium ให้ฟรี การเชื่อมต่อกับ TradingView กับการได้แพ็กเกจฟรีเป็นคนละเรื่องกัน หากคุณต้องการฟีเจอร์เต็มของ TradingView คุณยังต้องจ่ายค่าสมาชิกเอง

Pepperstone ฝากขั้นต่ำเท่าไหร่

เว็บไซต์ทางการระบุว่าไม่มีข้อกำหนดเงินฝากขั้นต่ำ ($0) สำหรับทั้งบัญชี Standard และ Razor แต่ในทางปฏิบัติคุณต้องมีเงินมากพอสำหรับวางมาร์จิ้นตามขนาดสัญญาที่ต้องการเทรด

ค่าคอมมิชชั่นของบัญชี Razor คิดยังไง

บัญชี Razor คิดค่าคอมมิชชั่น $3.50 ต่อ 1 lot ต่อข้าง สำหรับคู่เงิน Forex และทองคำ หมายความว่าการเทรด 1 lot ครบรอบทั้งเปิดและปิดจะมีค่าคอมมิชชั่นรวม $7.00 บวกกับสเปรดที่เริ่มจาก 0.0 pips

Pepperstone ต่างจาก TradeQuo อย่างไร

ทั้งสองเจ้าเชื่อมกับ TradingView ได้ ความต่างหลักคือ TradeQuo มอบสิทธิ์ TradingView Premium ให้ลูกค้าที่เปิดบัญชีและทำตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งมีมูลค่าราว 24,000 บาทต่อปี ในขณะที่ Pepperstone ให้คุณเชื่อมบัญชีได้แต่ค่าสมาชิก TradingView ยังเป็นภาระของคุณเอง

การเปิดเผยข้อมูล: Tradingthaiview มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ TradeQuo และอาจได้รับค่าตอบแทนหากคุณเปิดบัญชีผ่านลิงก์บนเว็บไซต์นี้ เราไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ Pepperstone ข้อมูลในบทความนี้รวบรวมจากเอกสารสาธารณะของบริษัท ณ วันที่เผยแพร่ และอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับโบรกเกอร์โดยตรงก่อนตัดสินใจ · การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด